วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557
สารขอบคุณและเชิญชวนเข้าร่วมต่อสู้เพือประชาธิปไตยในโอกาสวันสำคัญ
----------------------
เราขอใช้โอกาสวันสำคัญขอบคุณและบอกรูปธรรมบางด้านของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง
ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยการเชิญเราเข้าร่วมในห้องไลน์ของท่าน
sortwo เป็นหน่วยงานขององค์การเสรีไทยที่ทำหน้าที่ในการประสานงานข่าวที่มีชื่อว่า"กองกระจายข่าวกลางเสรีไทย"อักษรย่อ 'กอท.เสรีไทย'
องค์การนี้มีนายจารุพงศ์ เรืองสุสรรณ อดีตรัฐมนตรีกระทวงมหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนล่าสุดเป็นเลขาธิการ,จักรภพ เพ็ญแข,สุนัย จุลพงศธร และเพื่อนๆผู้มีประวัติการต่อสู้เพื่อปชต.อีกหลายท่านเป็นกรรมการ(แต่ไม่อาจเปิดชื่อทั้งห ดเพราะเราจำต้องปิดลับบางส่วน)
พวกเรารับรู้ปัญหาโครงสร้างเผด็จการโบราณของไทยที่เป็นต้นเหตุของความยากจนของประชาชนจนถึงรากและพยายามใช้กลไกรัฐสภาแก้ไขแต่ทหารที่ถูกแปรรูปเป็นสุนัขรับใช้ระบอบเผด็จการนี้ก็ทำรัฐประหารไม่มีสิ้นสุดและยิ่งใกล้เปลี่ยนรัชกาลระบบก็ยิ่งวิกฤติ,เราส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจออกนอกประเทศและร่วมกันตั้งองค์การนี้ขึ้นเพื่อร่วมกับประชาชนทั้งในและนอกประเทศเพื่อต่อสู้เปลี่ยนแปลงระบอบเพื่อสร้างปชต.ที่แท้จริงให้ได้
ยุทธศาสตร์ขั้นแรกคือร่วมมือกันปิดล้อมคสช.ทางข่าวสารและใช้ความจริงเป็นอาวุธสร้างภาวะตาสว่างให้กว้างขวางที่สุดก่อนที่จะยกระดับปิดล้อมการเมืองและล้มระบอบนี้แล้วสร้างระบอบปชต.ที่อำนาจเป็นของประชาชนอย่าางแท้จริงขึ้น
เราเห็นความสำคัญของทหารและตำรวจผู้รักประชาธิปไตยในกองทัพและสนง.ตำรวจฯที่ถูกระบอบเผด็จการควบคุมและบีบรัดแน่นหนาจึงขอให้ท่านรวบรวมเพื่อนสนิทจัดตั้งเป็นหน่วยปิดลับขนาดเล็กในหน่วยงานของท่านและพยามยามเชื่อมต่องานใต้ดินกับฝ่ายประชาชนเพื่อรอโอกาสที่เหมาะสมทำการเปลี่ยนแปลงดังเช่นที่คณะราษฎรได้เสียสละสร้างทางปชต.มาแล้วระดับหนึ่ง
ขออภัยทีเราจะติดต่อกับท่านทางกลุ่มไม่ติดต่อส่วนตัวและไม่อาจเปิดเผยชื่อจริงของบุคคลที่เราจะเชิญเข้าร่วมห้องของท่านอีกจำนวนหนึ่งด้วยเพราะการต่อสู้ต่อไปนี้เป็นงานใต้ดินไม่อาจเปิดหน้าสู้แบบเดิมได้
หากท่านเห็นด้วยและจะช่วยขยายงานการต่อสู้ก็ขอให้ท่านช่วยแนะนำบอกต่อเพื่อนในกลุ่มต่างๆแบบลูกโซ่ดึงเราเข้าไปเป็นเพื่อนด้วยจะขอบคุณยิ่งคะ
ดารณี รวีโชติ
ผอ.กอท.เสรีไทย
5 ธันวา 2557
ข่าวลับกรองแล้ว 4 ธันวาคม2557 (ฉบับพิเศษวันพ่อทูนหัว)
4 ธันวาคม2557
สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำในขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวียโดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.) http://thaiscandemo.blogspot.com/
*ขออนุญาติแฟนๆที่ สปท.ต้องรีบออกฉบับพิเศษก่อนถึงจุดไคลแม็คที่กษัตริย์ภูมิพลจะจูงมือราชินีออกโชว์ความเหี่ยวและเอ๋อให้ชาวโลกเห็น,เดี๋ยวจะหาว่าเป็นหมอเดาที่ชอบทำนายหลังเหตุเกิดแล้ว
*อีกไม่กี่ชั่วโมงตามหมายกำหนดการสำนักพระราขวังยืนยันจะเสด็จออกมหาสมาคมแน่นอน...แต่สปท.ได้รับรายงานจากสายข่าวลับขอฟันธงเลยว่ายากกกกสสสสส
*สายข่าวสปท.รายงานว่าคณะแพทย์ผู้รับผิดชอบกำลังหายใจไม่ทั่วท้องเพราะอาการที่เป็นจริงของลุงในแต่ละวันมีอาการไม่รู้ตัวนานกว่าที่รู้ตัว และเอาแน่ไม่ได้ว่าจะรู้สึกตัวตอนใหนและหากรู้ตัวก็เป็นช่วงสั้นๆ,ถ้าถามใจหมอก็ไม่อยากให้ออกแต่เป็นปัญหาการเมืองเพราะหากไม่เข็นลุงออกมาก็ไม่ได้ เพราะโกหกประชาชนมาตลอดว่าสุขภาพของลุงยังเป็นปกติแข็งแรงยังไม่จำเป็นต้องตั้งรัชกาลที่10 และยังลงนามรับรองการยึดอำนาจของคสช.ได้
*ส่วนคุณป้าหมอก็ยิ่งปวดกบาลหนักเพราะคุณป้าควบคุมพฤติกรรมไม่ได้มานานแล้วมีอาการจิตหลอนว่าจะมีคนมาทำร้ายเสมอ ที่ผ่านมาใครก็ตามที่ตัวใหญ่หมอจะไม่ให้เข้าใกล้คุณป้าเพราะเธอจะหวาดกลัวเป็นพิเศษและที่ผ่านมาหลายปีก็ไม่ให้ออกมาโชว์ตัว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะถูกบีบโดยหมายกำหนดการของสำนักพระราชวังที่ประกาศไปทั่ว
*ข่าวสองวันก่อนหมอขอให้กำหนดราชพิธีให้สั้น ให้มีแค่3คนพูดโดยเฉพาะยุทธเหล่นายกฯกับพรเพชรประทวยสภาสุนัขรับใช้ต้องกล่าวแบบสั้นที่สุด คนหนึ่งไม่เกิน1นาทีเพื่อไม่เป็นการรบกวนขี้ตีนใต้ฝ่าตีนของพระองค์แล้วปิดม่านเลย ส่วนลุงนั้นควรนั่งเฉยๆโดยหมอได้ประดิษฐ์ไฟเบอร์รองหลังเป็นพิเศษเพื่อยันให้นั่งได้เหมือนปกติ แต่คอพับนี่ซิประดิษฐ์ให้เนียนยากดังนั้นกล้องทีวีต้องห้ามซูมใกล้เด็ดขาด,ส่วนคุณป้าไม่ต้องพูดถึงเพราะออกพบชาวบ้านไม่ได้นานแล้ว
*ย้ำอีกครั้งหนึ่งหมอประจำพระองค์ยืนยันอาการของลุงต้องดูวันต่อครึ่งวัน.(ไม่ใช่วันต่อวันนะ)ดังนั้นก่อนจะถึงเวลา9โมงเช้าวันที่5หมอจึงไม่กล้ารับรอง ...ถาม..แล้วหมายกำหนดการออกมาได้อย่างไร?
*ตอบ..ก็คุณลุงฝืนธรรมชาติมากร่างกายอ่อนปวกเปียกสมองก็ไม่รับรู้แล้วแต่ยังจะออกงาน ดังนั้นจะเขียนให้ระเบียบพิธีอ่อนปวกเปียกตามพระอาการก็ทำไม่ได้
*ขี้ข้าในวังวันนี้ก็ปวดกบาลแต่พูดไม่ได้ หากไม่เขียนหมายกำหนดการออกมาเลยก็ทำไม่ได้เพราะเป็นวันสำคัญและหลอกประชาชนว่าท่านยังแข็งแรง...หากจะเขียนหมายให้อ่อนปวกเปียกตามความเป็นจริงว่าอาจจะออกได้ไม่ได้ก็ไม่แน่นอนห้าสิบห้าสิบจึงขอให้พสกนิกรตามเป็นวันๆไปก็เจอ112หัวขาดแบบญาติพระวรชายาศรีรัศมี์อีก...และถ้าจะเขียนหมายว่าออกมหาสมาคมได้พระองค์เดียวส่วนพระราชินีออกไม่ได้ก็หัวขาดอีก...ดังนั้นในภาวะการฝืนธรรมชาติเช่นนี้ก็ทำใจเถอะพสกนิกรทั้งหลาย หมายกำหนดการพระราชวังก็เป็นเท็จทั้งนั้นเชื่อไม่ได้
*วันนี้กองเชียร์เสื้อเหลืองเสื้อแดงมีเป้าประสงค์ตรงกันอยากเห็นพระราชพิธี5ธันวา เพราะอยากจะดูว่าเสี่ยจะหันพระพักต์ทอดพระเนตรหน้าพระวรชายาศรีรัศมี์กี่ครั้งเพื่อจะเอาไปแทงหวย และพระองค์โสมเมื่อ ทอดพระเนตรหน้าพระวรชายาแล้วจะแย้มพระสรวล(สแยะยิ้ม)อย่างไรรวมถึงพระองค์เจ้าศรีรัศมี์จะทรงวางพระพักต์อย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้
*สรุปฟันธงคงยากที่จะมีพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการตอแหลแห่งชาติก็หาเหตุผลไว้อย่างสวยหรูแล้วและหากประกาศไปเชื่อว่าบรรดาสลิ่มจะน้ำตาไหลพราก(เพราะธรรมชาติออกแบบบ่อน้ำตาของสลิ่มให้ตื้นเป็นพิเศษ) เช่นตัวอย่าง"ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์จะออกมาพบประชาชนด้วยมีพระเมตตาเปี่ยมล้นและเป็นห่วงพสกนิกรแต่เนื่องจากพระวรกายยังทรงมีพระปรอทเล็กน้อยคณะแพทย์จึงกราบบังคมทูลให้ทรงพักผ่อนก่อนแต่พระองค์มีพระทัยมุ่งมั่นที่จะออกมาพบประชาชนแต่ไม่อาจจะขัดการถวายความเห็นของคณะแพทย์ได้"....5555
*คอยดูกันนะอีกไม่กีชั่วโมงก็จะรู้ว่าหมายกำหนดการจะเชื่อได้กี่เปอร์เซนต์ แต่สำหรับสปท.ไม่เชื่อหมายกำหนดการเลยเพราะโกหกมาหลายปีติดต่อกันแล้วไม่ว่าจะเป็นวันฉัตรมงคลหรือวันเฉลิมเพราะเรื่องจริงสมองของทั้งสองคนหมดสภาพแล้ว/จบ
วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ชีวิตคนไทยในกำมือกษัตริย์ผ่านบริษัทซีพี....ลำดับข้อมูลง่ายสั้น โดยJohn Lee
•คนไทยจะไม่จนได้อย่างไรในเมื่อค่าแรงถูกค่าอาหารแพง,ทั้งไก่หมูเนื้อไข่ถูกผูกขาดอยู่ในกำมือบริษัทซีพีทั้งหมดตั้งแต่การผลิตและจำหน่ายอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ทำไมซีพีจึงผูกขาดได้ทั้งหมดถึงขนาดมีรัฐออกกฎหมายคุ้มครองให้ด้วยจึงไม่มีบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาแข่งขันได้?
คำตอบคือ:ซีพีเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทในเครือข่ายราชสำนักเช่นธนาคาร, น้ำเมา,สิ่งก่อสร้าง, สื่อโฆษณาและประกันภัยที่ส่งส่วยให้วังเป็นประจำ(จะเห็นได้จากข่าวสองทุ่มที่เข้าเฝ้าถวายเงิน)เพื่อแลกกับสิทธิพิเศษในการผูกขาดผลประโยชน์โดยปิดประตูขูดรีดประชาชนห้ามทุนใหม่ทั้งในและนอกประเทศเข้าแข่งขัน,กลุ่มทุนเหล่านี้เรียกว่า"กลุ่มทุนขุนนาง"จะเห็นได้ว่ากลุ่มทุนเหล่านี้เช่นเบียร์สิงห์,ช้าง, แบงค์ และ.ซีพีจะเสนอหน้าออกสตางค์ให้ม็อบก่อจราจลและเอาเงินให้ทหารใช้ยึดอำนาจทุกครั้งเมื่อเป็นพระราชประสงค์และเงินนั้นก็จะเรียกกลับมากขึ้นจากสิทธิพิเศษในการขูดรีดประชาชนคนด้วยโครงสร้างเช่นนี้คนไทยจึงยากจนต่อเนื่องยาวนานยากแก่ไขและนี้คือวงจรอุบาทของจริง,หรือทุนสามานย์ของจริงใครตาสว่างพูดความจริงก็เจอ112,ใครหาญจะไปแก้ก็จะกลายเป็นกบฏภายในราชอาณาจักรขึ้นศาลทหาร,นายทหารได้ประโยชน์ก็คุ้มครอง,ทหารชั้นผู้น้อยก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือพ่อแม่ก็ยากจนกันต่อไป
ตาสว่างเถิดทุนสามานย์ของจริงที่ผูกขาดตั้งแต่หัวจรดตีนคือทุนเจ้า+พ่อค้าสารเลว+ทหารพระราชา(คือทุนขุนนาง)เป็นวงจรอุบาทตัวจริงที่เป็นระบบกดทับให้ประชาชนยากจนยาวนาน
วันนี้ นายธนินทร์ ยังประกาศผูกขาดหน้าตาเฉยโดยรวบซื้อTesco ในไทยอีก3 แสนล้าน บาท เท่ากับ คุม การเกษตร ทั้ง ข้าว หมู ไก่ กุ้ง อาหารสัตว์ ปุ๋ย พืช พลังงาน คุม เทคโน โลยี่ สื่อสาร ทั้ง โทรบ้าน โทรมือถือ Internet ทั้งหมดยิ่งกว่าทักษิณเป็น1,000เท่ากลับไม่มีใครว่าก็เพราะมีร่มราชสำนักบังแดดให้,ดูคลิปบางส่วนของการผูกขาดสร้างอาหารคุณภาพต่ำไม่มีใครสามรถมาแข่งขันสร้างคุณภาพใหม่ที่ดีกว่าได้,ซีพีทำเนียนจริงๆตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง555 ..□
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=333245800166467&id=321764624647918
วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ส.ส.มาเล ร่วมประท้วงไล่เผด็จการประยุทธ
ฉัว
เทียน ชาง ส.ส.มาเลเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
ระหว่างชุมนุมประท้วงการเยือนมาเลเซีย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ
(นักข่าวพลเมืองเอื้อเฟื้อภาพ)
อินสตาแแกรมของ ฉัว เทียน ชาง โพสต์รูปการชุมนุมหน้าสถานทูตไทยวันนี้
ขณะเดียวกันในเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ส.ส.มาเลเซีย และองค์กรภาคประชาสังคมในมาเลเซีย 18 กลุ่ม ได้นัดประท้วงหน้าสถานทูตไทย ถ.อัมปัง กรุงกัวลาลัมเปอร์ และได้ออกแถลงการณ์ "ประชาธิปไตยเพื่อประเทศไทย! เผด็จการจงออกไป!"
ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาไทยระบุว่า "การรัฐประหารครั้งนี้ไม่ได้สร้างประชาธิปไตยและความยุติธรรมในสังคมไทยเลย ทว่ามันกลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเผด็จการในการทำลายสถาบัน ประชาธิปไตยที่มีอยู่ การรัฐประหารครั้งนี้นั้นกระทำเพียงเพื่อที่จะปกป้องกลุ่มผลประโยชน์ของชน ชั้นนำไทยที่ต้องการลดพื้นที่ของประชาธิปไตยลงและแผ่ขยายรวมอำนาจของพวกตัว เอง รัฐบาลทหารของไทยไม่ได้ให้ความสนใจในการมีการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม เพื่อแก้ปัญหาการเมืองไทยหรือการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกแต่อย่างใด ทว่ากลับเห็นเป็นมันภัยเสียด้วยต่างหาก"
"การทำลายขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอย่างโหดเหี้ยมนั้นเป็นที่ เลื่องลือของกองทัพไทย รัฐบาลทหารของประยุทธในปัจจุบันนั้นต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากประชาคม โลกเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบเผด็จการอันโหดร้ายในไทย และการตอบรับและต้อนรับการมาเยือนของประยุทธนั้นเท่ากับว่ารัฐบาลมาเลเซีย กำลังจะสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารและตอกย้ำรอยแผลให้กับประชาชนและ ประชาธิปไตยในไทย"
ทั้งนี้ผู้ลงชื่อและกลุ่มดังกล่าว ได้เรียกร้องให้รัฐบาลมาเลเซียปฎิเสธการยอมรับรัฐบาลประยุทธจนกว่าจะมีการ ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้ได้แก่ (1) ยกเลิกกฎอัยการศึกในทันที (2) หยุดการทำลายและจับกุมผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองในประเทศไทยและปล่อย ตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด (3) มีการเลือกตั้งและให้ประชาชนไทยเลือกตั้งรัฐบาลของพวกเขาได้อย่างเสรีตาม ระบอบประชาธิปไตย
ตอนท้ายแถลงการณ์ระบุว่า "ประเทศมาเลเซียกำลังจะได้นั่งเก้าอี้ประธานอาเซียนในปีหน้า และมันเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐบาลมาเลเซียจะต้องนำรัฐบาลประเทศอื่นๆ ในอาเซียนเพื่อร่วมกันประณามและกดดันให้ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว พวกเราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย ในการต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหาร เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์"
โดย 18 องค์กรที่ลงชื่อแนบท้ายแถลงการณ์ได้แก่
(1) พรรคสังคมนิยมมาเลเซีย (PSM),
(2) กลุ่มมาเลเซียสนับสนุนประชาธิปไตยประเทศไทย (Malaysia Support Group for Democracy in Thailand),
(3) Suara Rakyat Malaysia (SUARAM),
(4) Jaringan Rakyat Tertindas (JERIT),
(5) Persatuan Sahabat Wanita Selangor,
(6) คณะกรรมการเพื่อผู้หญิงเอเชีย (CAW),
(7) พันธมิตรรณรงค์ค่าจ้างแห่งเอเชีย Asia Floor Wage Alliance (AFWA),
(8) KOMAS,
(9) Persatuan Kesedaran Komuniti Selangor (EMPOWER),
(10) ปีกเยาวชน สมาคมชาวฮกเกี้ยนแห่งรัฐสลังงอร์และกัวลาลัมเปอร์ (Selangor and KL Hokkien Association Youth Section)
(11) Persatuan Komuniti Prihatin Selangor dan KL (PRIHATIN), (12) Jihad for Justice (13) National Interlok Action Team (NIAT) (14) Association of Human Rights Defenders and Promoters- HRDP in Burma, (15) Free Trade Union, Sri Lanka (16) Globalisation Monitor, Hong Kong (17) School of Acting Justly, Loving Tenderly, Treading Humbly (SALT) และ (18) Pax Romana ICMICA,
ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ที่ลงชื่อได้แก่ ฉัว เทียน ชาง ส.ส.เขตบาตู กัวลาลัมเปอร์, ชาร์ลส์ ซานติอาโก ส.ส.เขตกลัง รัฐสลังงอร์, ชัยกุมาร เทวราช ส.ส.เขตสุไหง สิปุต รัฐเประ และ ชาง ลิ คัง ส.ส.เขตอะดุน เตจา รัฐเประ
อินสตาแแกรมของ ฉัว เทียน ชาง โพสต์รูปการชุมนุมหน้าสถานทูตไทยวันนี้
ขณะเดียวกันในเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ส.ส.มาเลเซีย และองค์กรภาคประชาสังคมในมาเลเซีย 18 กลุ่ม ได้นัดประท้วงหน้าสถานทูตไทย ถ.อัมปัง กรุงกัวลาลัมเปอร์ และได้ออกแถลงการณ์ "ประชาธิปไตยเพื่อประเทศไทย! เผด็จการจงออกไป!"
ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาไทยระบุว่า "การรัฐประหารครั้งนี้ไม่ได้สร้างประชาธิปไตยและความยุติธรรมในสังคมไทยเลย ทว่ามันกลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเผด็จการในการทำลายสถาบัน ประชาธิปไตยที่มีอยู่ การรัฐประหารครั้งนี้นั้นกระทำเพียงเพื่อที่จะปกป้องกลุ่มผลประโยชน์ของชน ชั้นนำไทยที่ต้องการลดพื้นที่ของประชาธิปไตยลงและแผ่ขยายรวมอำนาจของพวกตัว เอง รัฐบาลทหารของไทยไม่ได้ให้ความสนใจในการมีการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม เพื่อแก้ปัญหาการเมืองไทยหรือการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกแต่อย่างใด ทว่ากลับเห็นเป็นมันภัยเสียด้วยต่างหาก"
"การทำลายขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอย่างโหดเหี้ยมนั้นเป็นที่ เลื่องลือของกองทัพไทย รัฐบาลทหารของประยุทธในปัจจุบันนั้นต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากประชาคม โลกเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบเผด็จการอันโหดร้ายในไทย และการตอบรับและต้อนรับการมาเยือนของประยุทธนั้นเท่ากับว่ารัฐบาลมาเลเซีย กำลังจะสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารและตอกย้ำรอยแผลให้กับประชาชนและ ประชาธิปไตยในไทย"
ทั้งนี้ผู้ลงชื่อและกลุ่มดังกล่าว ได้เรียกร้องให้รัฐบาลมาเลเซียปฎิเสธการยอมรับรัฐบาลประยุทธจนกว่าจะมีการ ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้ได้แก่ (1) ยกเลิกกฎอัยการศึกในทันที (2) หยุดการทำลายและจับกุมผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองในประเทศไทยและปล่อย ตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด (3) มีการเลือกตั้งและให้ประชาชนไทยเลือกตั้งรัฐบาลของพวกเขาได้อย่างเสรีตาม ระบอบประชาธิปไตย
ตอนท้ายแถลงการณ์ระบุว่า "ประเทศมาเลเซียกำลังจะได้นั่งเก้าอี้ประธานอาเซียนในปีหน้า และมันเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐบาลมาเลเซียจะต้องนำรัฐบาลประเทศอื่นๆ ในอาเซียนเพื่อร่วมกันประณามและกดดันให้ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว พวกเราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย ในการต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหาร เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์"
โดย 18 องค์กรที่ลงชื่อแนบท้ายแถลงการณ์ได้แก่
(1) พรรคสังคมนิยมมาเลเซีย (PSM),
(2) กลุ่มมาเลเซียสนับสนุนประชาธิปไตยประเทศไทย (Malaysia Support Group for Democracy in Thailand),
(3) Suara Rakyat Malaysia (SUARAM),
(4) Jaringan Rakyat Tertindas (JERIT),
(5) Persatuan Sahabat Wanita Selangor,
(6) คณะกรรมการเพื่อผู้หญิงเอเชีย (CAW),
(7) พันธมิตรรณรงค์ค่าจ้างแห่งเอเชีย Asia Floor Wage Alliance (AFWA),
(8) KOMAS,
(9) Persatuan Kesedaran Komuniti Selangor (EMPOWER),
(10) ปีกเยาวชน สมาคมชาวฮกเกี้ยนแห่งรัฐสลังงอร์และกัวลาลัมเปอร์ (Selangor and KL Hokkien Association Youth Section)
(11) Persatuan Komuniti Prihatin Selangor dan KL (PRIHATIN), (12) Jihad for Justice (13) National Interlok Action Team (NIAT) (14) Association of Human Rights Defenders and Promoters- HRDP in Burma, (15) Free Trade Union, Sri Lanka (16) Globalisation Monitor, Hong Kong (17) School of Acting Justly, Loving Tenderly, Treading Humbly (SALT) และ (18) Pax Romana ICMICA,
ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ที่ลงชื่อได้แก่ ฉัว เทียน ชาง ส.ส.เขตบาตู กัวลาลัมเปอร์, ชาร์ลส์ ซานติอาโก ส.ส.เขตกลัง รัฐสลังงอร์, ชัยกุมาร เทวราช ส.ส.เขตสุไหง สิปุต รัฐเประ และ ชาง ลิ คัง ส.ส.เขตอะดุน เตจา รัฐเประ
เงื่อนงำ "จับแก๊งค์ตำรวจใหญ่" แผนกำจัด "หม่อมศรีรัศม์" หรือทฤษฎีแย่งราชบัลลังค์ "ฟ้าชาย-พระเทพ" ?
************************************************************
คุณจรรยา ยิ้มประเสริฐ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในต่างประเทศ ได้เขียนเฟสต์บุ๊ค ถึงคดีใหญ่การจับกุมนายตำรวจใหญ่ในข้อหา 112 ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่า เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งระหว่าง สมเด็จพระบรมฯ กับ หม่อมศรีรัศม์ หรือ โดยคุณจรรยา ได้เขียนวิเคราะห์ไว้ดังนี้ "ผมคิดว่าถ้าคดีใหญ่ในช่วงนี้คือคดีจับตำรวจที่ถ้าของกลางและข้อกล่าวหาของ ผบ.ตร. เป็นข้อเท็จจริงๆ ก็จะเป็นการจับกุมการคอรัปชั่นในแวดวงตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และมันจะเปิดเผยขบวนการคอรัปชั่นในหมู่ตำรวจครั้งใหญ่ การอ้างถึงกลุ่มตำรวจเหล่านี้ถึงความสัมพันธ์กับหม่อมศรีรัศม์ ว่า เป็นแผนการกำจัด "หม่อม" อีกคนของฟ้าชาย ตามที่พูดถึงกันอยู่นี้ ผมก็มีข้อกังขาอยู่อย่างน้อย 4 ประเด็นในเรื่องนี้คือ
1. ถ้าเป็นแค่ยุทธวิธีกำจัดหม่อมที่ไม่เป็นที่พอใจของราชสำนัก เพื่อการขึ้นครองราชย์ เช่นเดียวกับการกำจัดหม่อมคนเก่าและลูกชายถึง 4 คน เพราะราชสำนักไม่พอใจ เพียงเพื่อให้ได้ขึ้นครองราชย์นั้น ก็ยังไม่สมเหตุสมผล เพราะในวิธีการนี้ ฟ้าชายก็จะเสียงชื่อเสียงไปด้วย ทั้งในสายตาคนไทยและในสายตานานาชาติ ประเด็นหลักเลยคือ การไม่เป็นสุภาพบุรุษ จะเลิกกับเมียทั้งที ต้องทำลายชื่อเสียงเมียเสียย่อยยับขนาดนี้ และในคดีใหญ่แบบนี้ด้วย ยังไงๆ ถ้า ฟ้าชาย ทำวิธีการนี้ จะเสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง และฟ้าชายก็คงจะไม่โง่พอ ที่จะเลือกเล่นยุทธวิธีนี้ในการจัดการกับหม่อมตัวเองอีกครั้ง
2. ดังที่กล่าวไปแล้ว คดีนี้เป็นคดีใหญ่ ผูกพันถึงผลประโยชน์ของชาติจำนวนมหาศาล และจะมีคนเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวของคดีนี้เป็นอย่างมาก ทั้งไทยและเทศ การลดทอนความสำคัญของคดีใหญ่เช่นนี้ มาเล่นกันในเรื่องส่วนตัว "ผัว-เมีย" จึงไม่มีน้ำหนักพอ และน่าจะมีเงื่อนงำอะไรที่ควรเซาะหาคำตอบกันมากขึ้น
3. ทฤษฎี "ฟ้าชาย-พระเทพ" ขัดแย้งกัน โดย พระเทพ ประสงค์จะทำลายเครดิต ฟ้าชาย เพื่อให้ได้ขึ้นสู่อำนาจ ดูจะเป็นทฤษฎีที่ฟังได้มากกว่าที่จะเป็นทฤษฎี "ผัวเมีย" เพราะเห็นว่าไม่ยากเลย ที่จะทำลายเครดิต ฟ้าชายด้วยเรื่องเหล่านี้ ที่ผ่านมาเรื่องอื้อฉาวของฟ้าชายทั้งเรื่องเงินๆ ทองๆ และการพนัน ก็มีมาให้เห็นอยู่เนืองๆ ในขณะที่ค่าย พระเทพ นั้น ไม่ค่อยมีเรื่องเหล่านี้ออกมาสู่สาธารณชนเลย
แต่แน่นอน ในทฤษฎีนี้ ก็เท่ากับเดิมพันกันด้วยชื่อเสียง และความเสียหายของราชสำนักที่สูงมาก แต่อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของราชสำนักไทย นั้นเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ และมัวหมองไปกับข่าวลือเรื่องค้ายาเสพติด และรับเงินสาธารณะเพื่อการส่วนตัว มาอย่างต่อเนื่อง และแม้แต่พระเทพที่ไม่มัวหมองต่อเรื่องความฟุ่มเฟื่อย ก็มัวหมองในเรื่องการเข้าข้างรอยัลลิสต์ทำการล้มรัฐบาลประชาธิปไตย จนทำให้เกิดการวิจารณ์กันมากขึ้น
ดังนั้น ถ้าเป็นการห่ำหั่นกันของสองขั้วอำนาจในราชสำนัก กรณีนี้ก็อีกเช่นกัน "เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง"
4. ถ้าตำรวจต้องการจะกวาดล้างบาง "ใหญ่แค่ไหนก็จับจริงๆ" โดยไม่มีการเมืองแอบแฝง เพื่อใช้กรณีนี้กู้ชื่อเสียงตำรวจที่มัวหมอง ก็ถือว่าตำรวจลงทุนสูง เพราะสังคมเห็นและเชื่อกันมาโดยตลอดว่า ตำรวจ ไม้เว้นแม้แต่ ผบ. ตร. คนปัจจุบัน ต่างก็คอรัปชั่นกันทั้งนั้น ดังนั้นการจัดการ "ตำรวจคอรัปชั่นกลุ่มหนึ่ง" เพื่อล้างคราบสกปรกในแวดวงตำรวจไปบ้าง จึงเป็นเรื่องที่ถือเป็นปฏิบัติการใหญ่ที่สุด ที่แวดวงตำรวจเคยกระทำมา ... ซึ่งสังคมก็ไม่แน่ใจว่า ตำรวจจะกล้า ทำเรื่องนี้ตามลำพัง โดยไม่มีไฟเขียวจากขั้วอำนาจในสังคมไทย
นี่เป็นประเด็นข้อสงสัยของผม ผมก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงเช่นกัน
ก็ได้แต่รอดูสถานการณ์ และคิดว่า ไม่ว่าผลมันจะออกมาอย่างไร งานนี้เป็นอีกหนึ่งคดีประวัติศาสตร์ไทย ที่จะช่วยทำให้คนไทยตาสว่างขึ้นครั้งครับ และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ประชาชนคนไทยน่าจะได้ประโยชน์จากการสาวลึกขึ้นเรื่อยๆ ของคดี!
ผุ้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ คุณจรรยา ได้โพลส์ข้อความดังกล่าวแล้ว อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็ได้โพสต์แสดงความเห็นต่อท้ายไว้ด้วยว่า"ข้อสังเกตุข้อที่ 3 เป็นเรื่องทีอยากจะเขียนถึง แต่ไม่มีเวลา แต่เอาเป็นว่า ผมไม่ค่อยคิดว่า มีหลักฐานว่า สองพระองค์ขัดแย้งกันโดยตรง อันนี้ไม่ได้แปลว่าคนรอบข้างจะไม่มีความขัดแย้ง หรือพยายามบ่อนทำลายคนที่เขาคิดว่าเป็น คู่แข๋ง ของ เจ้านาย เขาหรือไม่ แต่อันนี้ เท่าที่ศึกษาและคิดประเมินแล้ว ผมก็ว่า ยังห่างจากการมีหลักฐานไม่ว่าโดยตรง หรือแวดล้อมให้คิด คือหากเจ้านายเองไม่ได้มีความขัดแย้งกันโดยตรง โอกาสที่จะมีคนรอบยข้างมีความพยายามสร้างความขัดแย้ง หรือเล่นงาน ก็ยากตามไปด้วย โดยสรุปคือผมคิดว่า ไอเดียเรื่องสองพระองค์ขัดแย้งกันเป็นอะไรที่คิด และขยายความกันไปเสียมากกว่า"
ขณะที่ คุณจรรยา ยังได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้เพิ่มเติม ผ่านเฟสต์บุ๊คของตัวเองด้วยว่า "ผมไม่เชียร์ใครทั้งนั้นฮะ ไม่ว่าฟ้าชายหรือพระเทพ ผมว่าสถาบันกษัตริย์ไทยได้ทำลายตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ในการที่ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง รวมทั้งไม่ได้พยายามปรับปรุงตัวใดๆ เลย เพื่อจะทำตัวเป็นแบบอย่างของคนที่ควรจะเป็น "กษัตริย์" หรือ "ราชินี"
ที่สมควรได้รับการยกย่องชื่นชม ประเทศไทยจะเดินหน้าได้ต้องทำให้คนทั้งประเทศเคารพหลักการ "ประชาธิปไตย"โดยไม่จำเป็นต้องมีสถาบันกษัตริย์ ที่มีหน้าทีเดียวในตอนนี้ คือ เพื่อให้ทหารและคนกลุ่มหนึ่งใช้อ้าง "เหยียบหัวและเข่นฆ่า" คนร่วมชาติ
วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557
'บวรศักดิ์' แบไต๋สิ่นไส้ว่าจะหนุนใครเป็น ร.10
หลักฐานซ่อนในใจหลุด:ชัดแล้ว'บวรศักดิ์'รองประธานสภาปฏิรูปและประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสายสัมพันธ์จุฬารับงานจะหนุนพระเทพขึ้นเป็นรัชกาลที่10 รธน.ก็จะร่างให้ระบอบประชาธิปไตยอ่อนแอเพื่อให้รัชกาลที่10 ที่เป็นผู้หญิงเข้มแข็ง
จากโพสท์
https://www.facebook.com/VoicesOfSiam/photos/a.311169832239171.73183.311158728906948/822962514393231/?type=1&relevant_count=1
- - - - -
ผู้หญิงจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
"ความจริงสมเด็จพุฒาจารย์โตท่านจะบอกว่ารัชกาลที่ 10 นั่นคือ สาววิไล แปลว่าท่านกำลังพยากรณ์ว่าผู้หญิงจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินประเทศไทยนี้ ซึ่งมีเค้ามูล"
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ
21 พฤศจิกายน 2557
ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=wKiu-BkNH9I
ข่าวลับกรองแล้ว 1 ธันวาคม 2557
สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำในขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวียโดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.) http://thaiscandemo.blogspot.com/
*1 ธันวาคม วันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ไทย 2 ธันวาคม วันก่อตั้ง สปป.ลาว. แล ะ5 ธันวา เห็นท่ากษัตริย์ไทยจะไปไม่รอด
*เปิดหนังจริง "ศึกชิงบรรลังก์วังทอง" แล้วตรงตามที่สปท.รายงานมาตลอดหลังจากที่วังจัดฉายแต่หนังตัวอย่างตัดต่อภาพมีแต่เฉพาะดาราแสดงทักษิณโดยถูกด่าว่าขาดคุณธรรมแต่ไม่มีดาราจากรอบรั้ววังแสดงบทที่ขาดแหว่งคุณธรรมเลย แต่วันนี้ออกมาจนแน่นจอ
*อย่าได้ตำหนิ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ว่ารีดไถเป็นมาเฟียอ้างหาเงินส่งเจ้าเลยเพราะเป็นเรื่องจริงและไม่ได้เป็นเฉพาะคนแต่เป็นทั้งระบบราชการที่ขูดรีดประชาชนขึ้นมาตามลำดับและส่งส่วยจนถึงวังสายใครสายมัน เพียงแต่วันนี้เกิดแตกกันการกำจัดและยัดข้อหาก็เกิดขึ้น จับตรงใหนถูกตรงนั้น โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
*30-40ปีก่อนใช้เครือข่ายระบบราชการทหารตำรวจนักการเมืองรีดไถแล้วนำถวายส่วยขึ้นเบื้องบนแต่ระยะ30ปีหลังวังได้เพิ่มระบบรีดไถโดยตรงโดยลงมาเล่นเองอีกระบบหนึ่ง เช่นให้กระทรวงการคลังออกธนบัติที่ระลึกรีดไถประชาชนใบละ60บาทขายใบละ100บาท(รีดไพร่คนยากคนจน),ใบละ500บาทกับใบ1,000บาทมีขาดใหญ่เท่ากระดาษA4ขายใบละ500,000บาทและใบละ1,000,000บาท(รีดพ่อค้านายทุน)เพื่อระดมเงินขึ้นทูลเกล้า...ยังจำกันได้ใหมธนบัตรที่ระลึกที่ซื้อเก็บกันเพราะแต่ก่อนคนเรายังโง่?
*แบ่งสายออกรีดไถในรูปพระราชทานปริญญาบัตรเสด็จครั้งหนึ่งอธิการต้องจัดหาเงินถวายครั้งละอย่างน้อย1ล้านบาท..ไม่ได้มีพระเมตตาไปแจกฟรีหรอกนะ..เงินนี้ก็เก็บเป็นรายหัวจากนักศึกษาหัวละ1,000บาท ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการรับปริญญาทุกมหาลัยต้องเก็บนักศึกษาหัวละ5,000บาทขึ้น
*อย่าพูดเลยว่าในครอบครัวอลเวงพระเทพเป็นคนดีมีแต่ฟ้าชายเท่านั้นทีไม่ดี เรื่องเงินทั้งพ่อแม่ ลูกทั้งหญิงชาย หลานทุกคนชอบทั้งนั้นหากันควักหมด...ไอ้เรื่องพอเพียงเอาไว้หลอกไพร่กับพวกสลิ่มที่ยอมโง่เท่านั้น...จะเปิดให้เป็นตัวอย่างเพื่อให้รู้ว่าสปท.มีแหล่งข่าวจริงเอาใหม?
*มหาลัยระดับท๊อปเทนเช่นจุฬา,ธรรมศาสตร์ มหิดล พระเทพรับแจกและรับเงิน,ราชภัทรฟ้าชายรับทั้งหมดทั่วประเทศจำนวนมากทำเงินดีโดยเฉพาะเสี่ยกำหนดเลยว่า1นาทีต้องจัดให้นักศึกษาเข้ารับได้30-32คน(1นาทีทำเงินได้30,000บาท,ค่าแรงสูงกว่าอดีตประธานาธิบดีคลินตันเดินสายออกรายการเสียอีก)ด้วยเหตุนี้อธิการราชภัทรพิษณุโลกนายสว่างจึงเป็นคนโปรดต้องตามเสด็จทุกภาคเพราะจัดได้ตามพระประสงค์ดังนั้นรัฐประหารเมื่อครั้งปี2549ก็รับบำเหน็จรางวัลเป็นสนช.,องค์เล็กจุฬาภรรับมหาวิทยาลัยประเภทเกษตรทั้งหมด,องค์โตทูบีนำเบอร์วันรับแจกให้มหาลัยเอกชนทั้งหมด,องค์โสมรับแจกให้มหาลัยพยาบาลทั้งหมด...และทุกคนอ้างเป็นตัวแทนภูมิพล..ที่สำคัญเงินที่รับไม่ได้แจ้งเสียภาษีและไม่ต้องแสดงทรัพย์สิน...อย่างนี้เรียกว่ารีดไถใหม?
*ถ้ายังไม่ชัดตามมาดูอีกทุกวันนี้ทุกพระองค์ส่งสายลงไปหางานกับมวลชนเลย. วัดใหนอำเภอใหนศาลเจ้าใหนจะให้เปิดงานยกช่อฟ้าเปิดอาคารรวมทั้งไปเป็นประธานงานเผาศพบอกมาได้แต่คนจัดจะต้องถวายเงินต่ำสุด500,000บาทขึ้นไปตามแต่ฐานันดรของผู้เสด็จมาโดยผู้ว่านายอำเภอในแต่ละพื้นที่ต้องรับรู้และต้องรู้หน้าที่โดยจะหาเถ้าแก่ เถ้าแกเนี้ย อาซิ้มอาซ้อ ที่อยากมีรูปถ่ายกับพระองค์ไปรับพระราชทานเข็มพระนามย่อจากพระหัตถ์ฉของใครของมันตามที่เราเห็นในข่าวสองทุ่มแต่ทุกคนที่ไปรับจากพระหัตถ์ต้องจ่าย20,000บาทเป็นอย่างน้อย
*เอาอีกหน่อยใหมรายการซื้ออาวุธประมูลงานราชการต่างๆตอนหลังวังลงมาจัดเองรับคอมมิชชั่นเองดังนั้นราคาสินค้าแพงจากตลาดมากเท่าไรหนังสือพิมพ์เจาะอย่างไรก็ต้องหยุดเช่นซื้อเครื่องบินกริฟฟิ่นจากสวีเดนสมัยช่วงรอยต่อการยึดอำนาจปี2549 พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข เป็นผบ.ทหารอากาศพอดีก็จัดถวายไปรับเงินเองเลยที่สวีเดน(จะเห็นช่วงนั้นเสด็จสวีเดนบ่อยสลับกันในครอบครัว) หลังเกษียณแล้วพล.อ.อ.ชลิตจึงได้รับโปรดเกล้าเป็นบำเหน็จให้เป็นองคมนตรี
*เรื่องมันยาวเอาแค่นี้ก่อนส่วนการขูดรีดในนามระบบธุรกิจในนามปูนซีเมนต์ไทย บริษัทผูกขาดผลิตกระดาษสยามคร๊าฟ กิจการธนาคาร หุ้นในบริษัทห้างร้านต่างๆรวมทั้งค่าเช่าทีดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มีอยู่ทุกจังหวัดอีกมากมายมีพูดถึงกันมากแล้ว...ก็อย่างนี้จึงรวยที่สุดในโลก
*รายได้จากระบบผูกขาดธุรกิจก็มากมายมหาศาลอยู่แล้วยังมีรายได้จากการรีดไถถึงตัวอีกตั้งแต่ไถเยาวชนถึงคนแก่ ส่วยหวยใต้ดิน ของเถื่อน วิ่งตำแหน่งราชการ ประมูลงาน ดังนั้นถ้าไม่รวยที่สุดในโลกก็จะเป็นเรื่องแปลก..แต่ปัญหาพอจะตายนิซิเป็นปัญหาว่าผลประโยชน์เหล่านี้ใครจะเข้ามารับต่อในนามรัชกาลที่10
*ยืนยันอีกครั้ง"ไม่มีหรอกขบวนการล้มเจ้า..มีแต่ขบวนการรอเจ้าล้ม"
*วันนี้ขบวนการรอเจ้าล้มทั้งแดงทั้งเหลืองกำลังตาสว่างว่าความเน่าเฟะของวังเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องผลประโยชน์มหาศาลและเป็นเรื่องที่เขาทำตัวเอง,ใช้112ปิดความเน่าห้ามคนพูดห้ามคนคิดปิดหูปิดตาก็เอาไม่อยู่เพราะเน่าส่งกลิ่นคลุ้งจน"เจ้าจริง"ต้องเปิด"เจ้าเจี้ยว"ศรีรัศม์แม่ของลูก
*รายละเอียดเรื่องปราบปรามแก๊งพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์คงทราบกันมากแล้วไม่ต้องพูดถึง,สปท.ขออัพเดท"ข่าวลับกรองแล้ว"ให้รู้กันทั่วไปแบบไม่มั่ว,เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับเรื่องปราบมาเฟียในเครื่องแบบกลุ่มพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พระญาติหม่อมศรีรัศม์ี เพราะประธานมาเฟียใหญ่คือกษัตริย์ภูมิพลที่สร้างเครือข่ายรีดไถประชาชนมานานแล้วเพียงแต่วันนี้เกิดจาก2ปัจจัย1.เสี่ยหมั่นใส้หม่อมศรีรัศม์มานานแล้วที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเสี่ยชนิดที่ขัดใจเสี่ยจะหาความสุขกับหม่อมเล็กหม่อมน้อยตามอัทธยาศรัยโดยเฉพาะตามไปราวีตบตีหม่อมใหม่พลตรีสุทิตา วชิราลงกรณ์ ที่กำลังหลงไหลถึงมิวนิค,เสี่ยเคยบอกกับหม่อมศรีรัศม์ีหลายครั้งนานแล้วว่า"ตั้งได้ก็ปลดได้"แต่เธอไม่เชื่อเพราะถือว่าเป็นวรชายาและมีทีปังตอเป็นตัวประกัน2.เรื่องหม่อมหยอยเป็นปัญหาที่องคมนตรีและน้องทอมถ่างและน้องถั่วปากอ้าและบรรดาขุนทหารอึดอัดที่จะกราบพระราชินีรัชกาลที่10หอยเหม็น,จึงสบโอกาสจัดการแบบม้วนเดียวจบเพื่อให้การขึ้นรัชกาลที่10ราบรื่น...แต่สปท.ขอยืนยันว่ามันจะไม่จบตามที่กองเชียร์ฟ้าชายมโนเพราะนี้คือการนับถอยหลังของการพังทะลายของราชวงศ์จักรีและยืนยันว่าจะต้องมีเสียงปืนดังในวังแน่นอนเพียงแต่ใครจะเป็นศพและการกวาดล้างและการปราบดาภิเษกจะเกิดขึ้น,การยัดข้อหาที่ร้ายแรงกว่าที่กระทำกับเครือญาติศรีรัศม์ีวันนี้จะเกิดขึ้นอีกและแรงกว่านี้อย่างแน่นอน
*การกำจัดเครือข่ายศรีรัศม์อย่างรวดเร็วรุนแรงและเหี้ยมโหดอย่าพึ่งคิดว่าจะจบง่ายเพราะหม่อมศรีรัศม์ได้กลายเป็นเลือดในราชวงศ์จักรีที่เธอได้เล่นบทเชื้อพระวงศ์ตามที่คณะลิเกจักรีวงศ์ใช้คุกตะรางอำนาจ112กดคอคนให้ต้องเคารพเชื้อพระวงศ์และหลอกลวงประชาชนทางวัฒนธรรมไว้ว่าทุกคุณที่เป็นเจ้าล้วนแต่เป็นผู้มีบุญบารมีแต่ชาติปางก่อนถึงขนาดวิกิพีเดียต้องระบุคำนำหน้าชื่อพ่อแม่ของหม่อมศรีรัศมี์ว่า"พระบิดาชื่ออภิรุจ อัครพงศ์ปรีชา,พระมารดาชื่อวันทนีย์ อัครพงศ์ปรีชา"และชาวสมุทรสาครรายงานว่าอาชีพเก่าของพระบิดาเป็นคนถีบสามล้อแต่การดำเนินชีวิตประจำวันวันนี้ก็กลายเป็นเจ้าทุกกระเบียดนิ้วไปแล้วแม้กระทั่งไปตัดผมก็ต้องมีตำรวจตามไปรักษาความปลอดภัยและขี้ข้าตามไปเก็บพระเกศากลับวังจะไม่ยอมปล่อยให้ช่างตัดผมใช้ไม้กวาดกวาดพระเกศาลงถังขยะโดยเด็ดขาด..ก็พระบิดาพระมารดาของเธอยังขนาดนี้แล้วพระลูกยาเธอจะขนาดใหน,แล้วอยู่ๆจะให้พระวรชายาพระมารดาพระเจ้าหลานเธอทีปังตอยอมง่ายๆเป็นไปไม่ได้เพราะเธอก็กุมข้อมูลไว้ไม่น้อย,วันนี้แม้จะรีบตัดมือตัดตีนของเธอแต่เธอได้กลายเป็นเลือดของราชวงศ์และเมื่อสุดหนทางเลือดก็จะกลายเป็นพิษในร่างกายถ่ายออกให้หมดได้ยาก,เพียงแต่เธอขอลี้ภัยในต่างประเทศและประทานสัมภาษณ์ราชวงศ์ก็ฉิบหายแล้ว.แต่บทโหดที่จะเกิดขึ้นยังมีอีกที่แต่ละฝ่ายจะต้องนอนผวาเพราะจะมีบ่างซ้อนแผนใช้ศรีรัศมี์เป็นเครื่องมือทำลายเสี่ยตลบหลังพร้อมป้ายสี...โปรดติดตามตาอย่ากระพริบ
*ล่าสุดเสี่ยได้ถอดยศถอดตำแหน่งญาตหม่อมศรีรัศมี์และจับเข้าคุกหมดพร้อมให้ถอดนามสกุลพระราชทาน"อัครพงศ์ปรีชา"ให้กลับไปใช้สกุลเก่าที่ไพเราะแบบภูมิปัญญาชาวบ้านว่า"เกิดอำแพง"เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องเดาให้ลำบากว่าเสี่ยจะจัดการหย่าหรือไม่,ไม่ต้องถามเพราะจัดการเด็ดขาดแน่เพียงแต่จะเอาแม่ของทีปังตอติดตะรางหรือไม่เท่านั้นเพราะขณะนี้พระบิดาและพระมารดาของเธอหลบตายออกต่างประเทศแล้ว
*งานตัดมือตัดตีนศรีรัศมี์ครั้งนี้ได้เปิดเผยระบบยุติธรรมไทย,ศาลไทยด้วยตัวเองว่าเป็นระบบยุติธรรมตามสั่งและศาลตามสั่ง ดังนั้นกระบวนยุติธรรมและศาลที่จัดการทักษิณและกำลังจะจัดการยิ่งลักษณ์จึงเป็น"ยุติธรรมตามสั่งของวัง"...ชัดดี..ยุติธรรมตามใจฉัน
*ตี4วันที่24สมยศ พุ่มพันมั่ว ผบ.ตำรวจถูกเรียกมาออกคำสั่งย้าย,พอฟ้าสางศาลก็ออกหมายจับให้ทันทีทั้งๆที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมก่อจราจลปิดกรุงเทพให้ใครเดือดร้อนและไม่มีเหตุอันกลัวได้ว่าจะหลบหนีศาลก็ออกหมายจับตามสั่งได้ทันที,เมื่อเปรียบเทียบกับแกนนำกปปส.ที่ก่อจราจลปิดกรุงเทพคนเดือดร้อนไปทั่วเพื่อจะล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์แต่พอตำรวจในขณะนั้นขอศาลออกหมายจับศาลดันมีเหตุผลไม่ยอมออกให้ดันแสดงตัวเป็นผู้บูชาสิทธิมนุษยชนแต่ความจริงก็คือตามสั่งวังสายเทพถ่างบ่างเปรมที่หนุนสุเทพเดินเครื่องปิดกรุงเทพเองในขณะนั้น
*วันต่อมาเพียงวันเดียวก็มีคำสั่งปลดคณะนายตำรวจทหารญาติศรีรัศมี์ทุกตำแหน่งยึดทรัพย์ทันทีโดยไม่ต้องมีหมายและศาลยังไม่ทันได้รับฟ้องแล้วก็จัดการฆ่าพตอ.อัครวุฒิ์โดยจับโยนตึกในค่ายทหารแล้ววันต่อมาก็จัดเผาทำลายหลักฐานทันที...ทำกันอย่างไม่เกรงใจพระเจ้าหลานเธอพระองค์ภาที่ทรงปฏิบัติหน้าที่ดูแลด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยในฐานะฑูตประจจำสหประชาชาติเลย...ตอแหลกันทั้งนั้น
สิ่งที่จะต้องจับตาใกล้ชิด อย่าพึ่งคิดว่าหนังจะจบง่ายด้วยการที่ฟ้าชายขึ้นเป็นรัชกาลที่10เพราะฤทธิเดชของระบอบอำมาตย์แผลงฤทธิ์มานานนับแต่ต้นราชวงศ์อยุธยามาแล้ว. และฤทธิ์เดชเฒ่าเปรมก็ไม่ใช่ย่อย คอยดูวันตลบหลัง555 แล้วพบกันใหม่/ จบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




