วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560

ตาสว่างจากเยอรมัน เผยความพอเพียงแบบตระกูลกษัตริย์ไทย


It's seem like that people in Germany are getting irritating with the infamous Thai King.
รายงานข่าวกษัตรย์ไทยทรงพระกางเกงในที่บาเยิร์น และมีท่าทีของชาวบาเยิร์นด้วยว่า " นสพ. „Der Spiegel„ รายงานว่า ชาวเมืองที่นั่นรู้สึกไม่พอใจกับการเลี้ยงทาสไว้ใช้งาน กษัตริย์ผู้อื้อฉาวคนนี้คือใครกัน"

---------------------------------------------

ผู้ติดตามของเขาต้องคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อคอยรับใช้

ช่วงพักเหนื่อยจากการปั่นจักรยาน: กษัตริย์ไทยและแฟนสาวใส่กางเกงมินิเอาไว้ใต้เสื้อปั่นจักรยาน คนรับใช้นั่งชันเข่ากับพื้นเพื่อคอยเสิร์ฟเครื่องดื่มและผ้าขนหนู

ดูนั่นสิ: รัชกาลที่สิบของไทยเสด็จมาเยือนบาเยิร์นแต่ไม่ได้มาในชุดโออ่าอลังการ แต่ถีบจักรยานในชุดกางเกงใน!



การปรากฏตัวค่อนข้างแปลกประหลาด กษัตริย์และสุทิดา แฟนสาวของเขาสวมใส่เสื้อกีฬาแขนยาว และช่วงล่างใส่กางเกงตัวจิ๋ว กษัตริย์สวมสนับเข่าสีเนื้อ

มันไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ว่าจะได้เห็นจากรัชทายาทผู้ชอบอวดรวย มหาวชิราลงกรณ์ (64ปี) ตั้งแต่สิ้นปี 2016 เขาขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ของประเทศไทย ปีนี้จะมีพิธีสถาปนาการขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ ซึ่งพิธีนี้ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากพิธีไว้ทุกข์ที่จัดขึ้นแก่ในหลวงภูมิพล

แทบจะไม่ได้เลยว่านี่คือเขา : กษัตริย์อวดรวยผู้นี้ใส่กางเกงชั้นในตัวเล็กกระจิ๋ว แฟนของเขาก็ใส่กางเกงขาสั้นเหมือนกัน เธอน่าจะดื่มโกโก้

ชาวบาเยิร์นตะลึงกับการรับใช้ที่ต้องคุกเข่าลงกับพื้น

ตามรายงานของ นสพ. „Merkur“ คณะนักปั่นจักรยานมีทั้งหมด 30 ชีวิต รวมองค์รักษ์และข้าราชบริพารด้วย เมื่อพวกเขาปั่นมาถึงร้านอาหาร „Stern“ เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว มีภาพแปลก ๆ ปรากฏให้แขกที่มาทานอาหารในร้านได้เห็น คนรับใช้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น เพื่อถวายเครื่องดื่มและผ้าขนหนูให้กษัตริย์

นสพ. „Merkur“ บรรยายฉากนี้ว่า “เมื่อมหาวชิราลงกรณ์และสุทิดานั่งลงบนเก้าอี้ที่มีผ้าสีขาวคลุมทับไว้แล้วทั้งสองตัว ผู้ติดตามในชุดปั่นจักรยานคนหนึ่งก็มาถอดหมวกกันน็อคออกให้ และคลานเข่าถอยหลังออกไป ไม่มีการพูดจาใด ๆ ทั้งสิ้น ฉากนี้เต็มไปด้วยการกระทำที่บ่งบอกถึงการให้ความเคารพ
ตามมาตรฐานของบาเยิร์นแล้ว มันเป็นภาพที่ไม่คุ้นชินเลย  นสพ. „Der Spiegel„ รายงานว่า ชาวเมืองที่นั่นรู้สึกไม่พอใจกับการเลี้ยงทาสไว้ใช้งาน
กษัตริย์ผู้อื้อฉาวคนนี้คือใครกัน

จริง ๆ แล้วการปรากฏตัวของกษัตริย์ผู้นี้ในบาเยิร์นตอนบนไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรนัก ภาพที่ไม่มีวันลืมภาพหนึ่งคือ ภาพที่สนามบินมิวนิค: เสื้อเอวลอย กางเกงยีนสฺเอวต่ำหลุดห้อย รอยสักตรงช่วงบนของลำตัว อุ้มสุนัขพุดเดิล ฟูฟู ไว้ในอ้อมแขนพร้อมด้วยองค์รักษ์ผู้ติดตามอีก 30 คน

ชายผู้ชอบชีวิตเสเพลไม่ได้เป็นที่รักของคนไทย สไตล์การใช้ชีวิตของเขาไม่เป็นที่ยอมรับนัก กษัตริย์ที่ติดสติ๊กเกอร์แทททูผู้นี้เคยหย่ามาแล้วสามครั้ง - มีลูก 7 คน

หลายปีที่ผ่านมาเขาชอบมาเที่ยวที่มิวนิคและแถบใกล้เคียงครั้งละหลายเดือนทุกปี บางทีก็มีภาพหลุดมาให้เห็นตอนเขาและคณะข้าราชบริพารกำลังไปเก็บสตอร์เบอร์รี่แถวอาเบนด์ซแบร์ก ต่อมามีคนแอบถ่ายภาพเขาตอนเขาขับรถปอร์เช่เก๋ไก๋มาจอดที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ทำสวนที่แอร์ดิ้ง

ประเทศไทยมีท่าทีอย่างไรกับการปรากฏตัวของเขาในสภาพนี้

ที่ประเทศไทยรูปภาพและรายงานข่าวเกี่ยวกับการใช้เวลายามว่างของรัชทายาทเป็นเรื่องต้องห้าม ราชอาณาจักรไทยคุ้มครองราชวงศ์ไทยด้วยกฏหมายหมิ่นพระเดชานุภาพที่เข้มงวดที่สุดในโลก ทุกอย่างที่นอกเหนือไปจากการแสดงความซาบซึ้งและการแสดงความเคารพยำเกรงแล้วถูกห้ามอย่างเด็ดขาด โดยมีการกำหนดบทลงโทษจำคุก 15 ปี

นสพ. ต่างชาติ ถูกเซ็นเซอร์ในประเทศไทยอยู่เป็นประจำ

ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนเมษายนปีก่อน „Marie Claire“ นิตยสารสำหรับผู้หญิงถูกประกาศห้ามจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งเป็นฉบับที่วางจำหน่ายเมื่อห้าเดือนที่แล้วเพื่อมีย่อหน้าหนึ่งที่วิจารณ์สไตล์การใช้ชีวิตของรัชทายาทผู้นี้ มีการกล่าวหาว่าบทความนี้มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหมิ่นประมาท มีการยึดนิตยสารและนำไปทำลายทิ้ง

แม้แต่บทความหลายชิ้นของ „New York Times“ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับราชวงศ์ไทยก็ถูกตัดทิ้งออกไป นับตั้งแต่ที่ทหารยึดอำนาจ กฏหมายข้อนี้ถูกนำมาบังคับใช้อย่างเคร่งครัดมากขึ้นไปอีก   http://m.bild.de/politik/ausland/thailand/thailands-skandal-koenig-geht-auf-radtour-51220004.bildMobile.html

ประมวลภาพความพอเพียงของกษัตริย์ไทยในเยอรมัน





วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

จากอ.สุรชัย ถึงโกตี๋ ด้วยความรัก


ด้วยความห่วงใย โกตี๋ และ ลุงสนามหลวง
.
ถ้าไม่เป็นข่าวใหญ่และโกตี๋พูดถึงผมในทางลบ ผมก็จะไม่พูดถึงหรือเขียนถึงโกตี๋เพราะไม่ต้องการทะเลาะด้วย เนื่องจากเคยดีกันมาก่อนและไม่เคยคิดว่าเป็นศัตรูกัน ถึงจะโจมตีอย่างไรก็ไม่ถือสา กลับเวทนาสงสารในความคิดพล่านหาเงินหาทองเพื่อความอยู่รอด จนเข้าตาจนเวลานี้
.
ผมรู้จักโกตี๋เมื่อออกจากคุกในเดือน ต.ค.2556 จากการเชิญไปที่สถานีวิทยุเพื่อจัดบายศรีสู่ขวัญต้อนรับสู่อิสระภาพ ต่อมาได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีและร่วมจัดรายการวิทยุบางเวลา จนสุดท้ายช่วยดูแลสถานีวิทยุเมื่อโกตี๋หลบหนีคดี ม.112 จนต้องปิดสถานีวิทยุเมื่อมีการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557
.
เมื่อหนีออกนอกประเทศผมไปที่ไหนโกตี๋ตามไปที่นั่น ขอเงินขอทองจากผู้สนับสนุนบอกว่าจะดูแลผมแต่จริงๆ กลายเป็นผมดูแลโกตี๋มากกว่าก็ไม่ว่าอะไรกัน เพราะผมก็ได้รับการสนับสนุนมากกว่าและต้องดูแลคนอื่นๆ อีกหลายคนด้วย 
.
แต่สุดท้ายที่โกตี๋โกรธผมก็เพราะ จะขอเอาชื่อผมไปจัดทัวร์หาเงิน แต่ผมบอกว่าไม่ได้เพราะเจ้าของประเทศที่เราอาศัยเขาอยู่เขาไม่ยอม และผมจะอันตรายถูกอุ้มได้ถ้าออกจากที่ตั้ง
.
เท่านี้เองที่ทำให้โกตี๋โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปรวมหัวกับพวกประเภท "ริษยา" ประกาศเป็นศัตรูกับผมตั้งแต่นั้นมา แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะความเป็นผู้อาวุโส ไม่ควรลดระดับตัวเองไปทะเลาะด้วย และมีเกียรติมีศักดิ์ศรีที่จะไม่ให้ร้ายผู้อื่น
.
เมื่อการจัดทัวร์ไม่สำเร็จโกตี๋กับพวกก็ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และคิดว่าจะเป็นการยกระดับกลุ่มตน จึงได้ประกาศจัดตั้งกองกำลังอาวุธเพื่อต่อสู้ให้ประเทศไทยเปลี่ยนเป็นสหพันธรัฐ และถึงขั้นขู่ฆ่าผู้นำประเทศจนเป็นข่าวโด่งดังทำให้รัฐบาลไทยกดดัน
.
ปรากฎว่าการจะเปลี่ยนประเทศเป็นสหพันธรัฐ ก็ได้รับการสนับสนุนเงินทองมากมายพอสมควรและมีพวกเราบางคน "แดงสยาม" แนะนำผมว่าควรเอาแนวทางโกตี๋และลุงสนามหลวงเพราะมีคนชอบมาก เดี๋ยวมวลชน "แดงสยาม" จะทิ้งไปอยู่ข้างนั้นหมด
.
ผมไม่ขอตอบโต้แต่อย่างใดเพียงรู้สึกเป็นห่วง เพราะการต่อสู้แบบสะใจโก๋หรือวูบวาบแบบไม่มีทฤษฎีเช่นนี้ไม่นานก็หายวับ ประเภท "เตมูจิน" หรือ "พิราบขาว" เป็นตัวอย่าง
.
และการออกมาขู่ฆ่าท้าทายเขาเช่นนั้นเท่ากับทำตัวเป็นเหยื่อล่อ "ไอ้เข้" ซึ่งในที่สุดก็ถูกงับเข้าจนได้ พวกเรามีบทเรียนมาแล้วตอนที่มีการประกาศว่า "มีอะไรให้มาที่หน้าศาลากลาง" แล้วมีบางคนต่อท้ายด้วยความคึกคะนองอีกว่า "ให้พกน้ำมันไปคนละขวด" สุดท้ายเข้าทางเขา
.
กรณีโกตี๋และพวกก็เช่นกันเป็นประเภท "ปลาหมอตายเพราะปาก" เป็นกบฎน้ำลาย ก็อยู่ด้วยกันมาทำไมจะไม่รู้ว่า..มีศักยภาพแค่ไหน ขี้โม้เพื่อหาแดกจากพวกซาดิส เพื่อรับการสนับสนุนเท่านั้นเอง อยู่กันแค่ 5-6 คนไม่มีกองกำลังที่ไหนหรอก พวกที่ถูกจับก็ไม่ใช่ แล้วที่ว่าส่งคนไปป่วนที่วัดพระธรรมกายก็ไม่มีหรอก 
.
ส่วนปืนเท่าที่ผมทราบ (ตอนดูแลสถานี) มีปืนลูกซองเก่าๆ เอาไว้เฝ้าสถานีวิทยุกระบอกเดียว ตอนที่ผมหลบออกมาก็บอกให้คนเฝ้าเอาออกจากสถานีพร้อมของมีค่าอื่นๆ ปล่อยให้ทหารยึดอย่าต้าน จึงไม่แน่ใจว่าที่ตั้งโชว์ออกสื่อนั้นเป็นของใครกันแน่ 
.
สุดท้ายก็ขอให้โกตี๋ และ ลุงสนามหลวงโปรดทบทวนตัวเองด้วยและขอให้ปลอดภัยทุกคน เรายังเป็นพวกเดียวกัน อย่าแปลกแยกกัน ถ้าเขียนถึงประโยคใดข้อใดไม่สบอารมณ์ก็ขออภัยด้วย 
.
.
สุรชัย แซ่ด่าน
21 มีนาคม 2560

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

ข่าวตาสว่างทางไกลนายจอห์นลี เรื่อง:ภาษีประชาชนปรนเปรอเจ้า


*เงินซื้อเครื่องบิน1ลำของกษัตริย์สามารถจัดรถไฟให้ประชาชนนั่งฟรีได้ทั้งปี...ชมเรื่องราวเครื่องบินใหม่ของกษัตริย์วชิราลงกรณ์และเครื่องบินบริการครอบครัวกษัตริย์มากกว่า30ลำตามรายงานพร้อมหลักของAndrew MacGregor Marshall และอ.สมศักดิ์เจียม

1)เครื่องบินใหม่ เป็น โบอิ้ง 737 ตั้งชื่อย่อว่า HS-HMK (HMK ย่อมาจาก His Majesty the King)ขอให้สังเกตว่าเลขตรงหัวเครื่อง ๙๐๔๑๐ตรงหางเครื่อง ๙๙-๙๐๔ดูรูป
https://goo.gl/GgISDp

2)เครื่องบินที่กษตริย์และครอบครัวใช้มีมากกว่า30ลำจาก"วิกิพีเดีย"(เครื่องบินใหม่ข้างต้นไม่อยู่ในรายการนี้)
https://goo.gl/qma84e

3)ข่าวกองทัพอากาศใช้เงินภาษีประชาชนซื้อเครื่องบินพระที่นั่งถวายเพื่อเอาใจกษัตริย์โดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชนเมื่อต้นปี 2550
https://goo.gl/oCgvdM)

4)มีใช้2ลำแล้วก็ยังจัดซื้อให้ใหม่อีก,หลักฐานดูจากข่าวกองทัพอากาศส่งคนไปบริษัทโบว์อิ้ง เพื่อตรวจรับเครื่อง 737 ใหม่ล่าสุดตามข่าวข้างต้น เพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าถวายเมื่อกันยายน 2559
https://goo.gl/X1Nk71

5)เครื่องบินใหม่ข้างต้น,เริ่มทำงบประมาณซื้อปี 2557 วงเงิน 3,779,023,000 บาท (คือราว 3.8 พันล้านบาท) ดูได้จากเอกสารงบประมาณรายจ่ายปี 2557
https://goo.gl/8fqLJk

6)ดูภาพการตกแต่งภายในเครื่องบินใหม่ของกษัตริย์วชิราลงกรณ์โบอิ้ง 737 ข้างต้น เพิ่งส่งมอบกันยายน 2559
https://goo.gl/HgVOhl

7)คลิปติดตามความก้าวหน้าการตกแต่งภายในของเครื่องบินลำใหม่โดยบริษัท Fokker Services ของเนเธอร์แลนด์
https://goo.gl/36JNgv

8)เครื่องบินลำใหม่นี้ถูกนำส่งถึงไทยเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว,มีการจัดพิธีต้อนรับมีคนทำคลิปวิดีโอไว้ด้วย
https://goo.gl/PlvJzM

สรุป...ตามข้อมูลของคุณแอนดรู ข้างต้น ขณะนี้กษัตริย์ใหม่มีเครื่องบิน 737 ใช้เป็นการส่วนตัวรวม 3 เครื่อง คือเครื่องใหม่นี้ และอีก 2 เครื่อง ชื่อย่อ HS-HRH (HRH ย่อมาจาก His Royal Highness) และ HS-CMV (CMV ย่อมาจาก Crown Prince Maha Vajiralongkorn)

9)ราคาเครื่องบินส่วนตัว3ลำและค่าใช้จ่ายดูแลล้วนเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งหมด และประชาชนยังต้องจ่ายเงินเป็นเบี้ยเลี้ยงเงินเดือนทุกครั้งที่ไปเยอรมันเป็นเงินจำนวนมากเฉพาะค่าเช่าโรงแรมที่มิวนิคสำหรับผู้ติดตามสูงถึงปีละกว่า10 ล้านยูโร ดูได้จากลิ้งนี้
http://goo.gl/r4tcNj)
--------------------
*เปรียบเทียบกับกษัตริย์อังกฤษมหาอำนาจของโลก แม้จะยิ่งใหญ่แต่สู้ไทยไม่ได้เพราะไม่มีเครื่องบินประจำพระองค์แม้แต่ลำเดียว...จากสมศักดิ์เจียม
https://m.facebook.com/photo.php?fbid=193225364064084&set=a.137616112958343.44289.100001298657012&type=3*ข่าวจริงยิ่งต้องช่วยแชร์httfbidps

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560

"ละครบทเก่า: ล้มเจ้าจับอาวุธเพื่อประยุทธ์จะอยู่นาน"


โดย...จักร ภูมิสิทธิ์

พลเอกประยุทธ์และทีม คสช. กำลังมีปัญหา ที่ยังไม่เป็นเนื้อเดียวกับ รัชกาลที่ 10 เพราะทำรัฐประหารในสถานการณ์ปลายรัชกาลที่ 9 ที่มิใช่ยึดอำนาจเพื่อ รัชกาลที่ 10 และยังเป็นที่สงสัยคลางแคลงใจว่าพวกคสช.เป็นพวกของนางพญาช้างน้ำว่าที่ ร.10 ที่พัวพันการรัฐประหารมาตั้งแต่ปี2549 และก่อวิกฤติตลอด 10ปีในรัชกาลเก่าเพื่อให้ได้รัฐบาลในอุ้งมือมารผมขาวแห่งบ้านสี่เสาที่รับคำสั่งจากรัชกาลเก่าให้ผู้หญิงขึ้นเป็นรัชกาลต่อไป และยืนยันด้วยความเชื่อนี้ ก็คือคืนวันสวรรณคต ที่ทั้งนายกฯประยุทธ์ และประธาน สนช.พรเพชร เด็กนางพญาจุฬาคอนเนคชั่น ต่างอ่อมแอ้มไม่ยอมพูดให้ชัดว่ารัชกาลที่ 10 จะต้องเป็นสมเด็จพระบรมฯ

มาถึงวันนี้จะให้กษัตริย์วชิราลงกรณ์ ร.10 ผู้มีวิธีคิดขี้ระแวงสงสัยเชื่อสนิทใจว่าประยุทธคือข้ารับใช้ใต้เบื้องยุคลบาทจะเป็นไปได้อย่างไร?

ประกอบกับภาพเน่าๆที่เสวยอำนาจนานมาเกือบ3ปีของประยุทธ์ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและปล้นทรัพย์สินประชาชนจนอื้อฉาวในครอบครัวจันทร์โอชาและเหล่าคสช.ก็ยิ่งตอบคำถามไม่ได้ว่า "จะจัดงานส่งสวรรคาลัยให้ ร.9 และตามด้วยงานสมโภชบรมราชาภิเษก ร.10 อย่างสมพระเกียรติ์ ได้อย่างไร??? " เพราะทั้งน้ำหน้าและน้ำเน่าอย่างประยุทธ์ จะเชิญประมุขแห่งรัฐทั่วโลกทั้งกษัตริย์และประธานาธิบดี มาร่วมงานนั้นยากเต็มที  จะมีมาได้อย่างมากก็ผู้นำอาเซี่ยนที่จำเป็นต้องข่มใจมาเพราะเป็นเพื่อนบ้าน หรือจีน ที่ไม่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

ยิ่งภาพ ร.10 เป็น"ดอนฮวนนักรักบรรลือโลก" ที่รู้กันทั่วน่านน้ำสากลด้วยแล้ว ใครที่จัดงานมือไม่ถึงจริงๆก็ดึงผู้นำทั่วโลกมายากส์ส์

ข่าวลือใต้ถุนทำเนียบก็พอรู้กันได้ว่าทางออกที่จะตอบคำถามข้างต้นได้ก็คือต้องเปลี่ยนตัวนายกฯและทีมงานยกชุด....เค้าโครงรัฐบาลแห่งชาติเพื่อการปรองดอง....ก็เริ่มก่อรูปความคิดขึ้น

โรงมหรสพที่เปิดแสดงละคร เรื่องการปรองดอง จึงเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนและต้องให้เสร็จภายใน 3 เดือน โดยมีบทปิดท้ายที่เตรียมการแล้วแต่ปิดบังไว้ คือจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อการปรองดองคือทางออก ก่อนเลือกตั้ง หรืออาจยาวจนไม่มีเลือกตั้งซึ่งเป็นความฝันของใครบางคน?

รัฐบาลใหม่เพื่อการปรองดอง(เพื่อการจัดงานให้สมพระเกียรติ์) แน่นอนที่สุดคือไม่มีทั้งประยุทธ์และไม่มีทั้งทักษิณ (เพื่อร.10 จะได้อ้างความเป็นกลางแบบง่ายๆ)จึงเกิดขึ้นเป็นพิมพ์เขียวในสมองของราชสำนัก ที่ประยุทธ์ก็ต้องมองออกและเสียวสันหลัง!!

คำตอบเรื่องการถอยทัพจากการปิดล้อมธรรมกาย(ทั้งที่เป็นตามคำสั่งลุยจากเบื้องบน) จึงเกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัยของตัวประยุทธ์เองเพราะแผนการสร้างสถานการณ์รุนแรงไม่สำเร็จเพราะกลุ่มพระสงฆ์รู้ทันจึงเอาแต่สวดมนต์ทั้งวัน กระแสรุนแรงจึงปั่นไม่ขึ้น แต่ถ้าลุยต่อและเกิดพลาดแม่ทัพต้องรับผิดชอบเอง ประยุทธ์คิดได้จึงไม่เอาด้วย แต่ก็ยังไว้เชิงโดยคงม.44ไว้ แต่เพื่อให้สมประสงค์ทั้งคสช.และร.10 ก็ติดตามมาด้วย การประเมินภาษีทักษิณด้วย"อภินิหารทางกฎหมาย" จึงเกิดขึ้น

เหยื่อรายใหญ่ต่อไปที่ผุดขึ้นในสมองพลเอกประยุทธ์ที่จะนำมาปรุงถวายให้รัชกาลที่10เสวยอย่างพระเกษมสำราญ เพื่อการต่ออายุอำนาจของพ่อครัวพลเอกประยุทธ์ ก็เกิดขึ้นด้วยเมนูดั้งเดิมของกองทัพไทยก็คือ " แกงมัสมั่นพวกล้มเจ้า "

ในสถานการเช่นนี้ก็มีเนื้อสมัน ชื่อหมาน้อยหรือ นายโกตี๋ ผู้ลี้ภัยอยู่ใกล้ๆไทย ที่หาหญ้าและใบไม้มาเลี้ยงชีวิตวิ่งเข้ามาพอดี

นายโกตี๋เจ้าเก่าทำการเปิดวิทยุออนไลน์ใต้ดินชื่อไฟเย็น พร้อมขอเงินบริจาค โดยการโฆษณาสินค้าตรา"ล้มเจ้า24น." เป็นที่ขายดิบขายดี จากลูกค้าที่เกลียดชังเจ้าไทยทั้งในประเทศไทย ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ร่วมบริจาคเงินและโฟนอินเข้าไปร่วมรายการอย่างสนุกสนานมาได้2เดือนเศษๆ

นายหมาน้อยที่มีนิสัยชอบเห่าและสร้างข่าวเพื่อเลี้ยงชีพมาตั้งแต่ในเมืองไทยก่อนประยุทธ์ทำรัฐประหารก็ได้ทั้งเงินทั้งกล่องเลยยิ่งสนุกกันใหญ่กับลุงสนามหลวง เกจิอาจารย์ล้มเจ้า

ยิ่งน.ส.พ.เนชั่ว และ สำนักข่าวหัวเหลือง T news (ทิ่มนิวส์)เอาไปขึ้นปกพาดหัว เนื้อสมันอย่างหมาน้อยและลุงสนามหลวง ยิ่งหลงระเริงจนลืมเรื่องการสร้างสถานการณ์เพื่อการกวาดล้างในธรรมศาสตร์ 6ตุลา 2519 ที่น.ส.พ.ตะวันสยาม นำภาพตบแต่งคล้ายฟ้าชายแขวนคอเล่นละครในธรรมศาสตร์ที่ผ่านมา

หลงระเริงเจือปนอุดมการณ์ล้มเจ้ายิ่งทำให้เมามันถึงขนาดลุงสนามหลวงกับหลานโกตี๋หมาน้อยสนุกออกอากาศประกาศว่า "ถ้ามันบุกวัดธรรมกาย ก็ขอให้กองกำลังของเราบุกวังของเจ้าทุกวังได้เลย " (ภาษาที่เขาใช้ก็หยาบเกินกว่าที่ผู้เขียนจะนำมาลงได้)

นักวิเคราะห์การเมืองทั้งหลายฟังก็รู้ดีว่า ลุงกับหลาน2คนนี้กำลังสนุกกับการเป่าน้ำลายเล่น แต่เขาหารู้ไม่ว่าหมาป่าประยุทธ์กำลังหาอาหารทางอำนาจ   เพราะอยากจะสวาปามมีอำนาจอยู่ยาวๆตาม
โรดแมพ...เรื่องราวการตรวจคนที่พักนายโกตี๋ได้อาวุธมากมายจึงเกิดขึ้นเป็นข่าวครึกโครมตลอดวันตั้งแต่บ่ายของวันที่ 18 มีนา 2560 เป็นจุดเริ่มต้น แต่จะไปลงท้ายคล้ายๆเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ก็คงยาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศพอรู้จักรสชาติแกงมัสมั่นสูตรกองทัพไทยแล้ว

สรุป...พอประเมินได้ว่า สถานการที่ถูกสร้างขึ้นและที่มีเนื้อสมันวิ่งเข้าครัวกองทัพเพื่อให้จับฆ่าทำแกงครั้งนี้น่าจะอยู่ในกรอบเพื่อให้รัชกาลที่10 โปรดปรานทีมงานคสช.และไม่เป็นอุปสรรคกับการเสวยอำนาจต่อไปอย่างมั่นคง   แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการยกระดับการสร้างสถานการณ์ตามน้ำลายของลุงกับหลานด้วยการมีมือลึกลับบุกไปยิงกำแพงวัง   คล้ายๆเหตุการณ์ป้ายสีช่วงเสื้อแดงชุมนุมด้วยเรื่องโกหกว่า "มีพวกคนเสื้อแดงวางแผนยิงจรวดอาร์พีจี ถล่มวัดพระแก้ว แต่ถูกจับเสียก่อน??"

การสร้างสถานการณ์ของเผด็จการที่ผ่านมาแม้จะไม่ค่อยจะแนบเนียนแต่บังเอิญคนแสดงละครคณะเผด็จการไทยแกหน้าด้านและไม่ค่อยสนใจคนดู แกจึงแสดงอยู่เรื่อยๆ  

ประชาชนผู้เสียภาษีต้องให้ความสนใจกันหน่อย...แต่งานนี้ถ้าหลงละเลงจะแกงมัสมั่นเนื้อสมันถวายร.10 อาจจะกลายเป็นแกงมัสมั่นเนื้อหมา(น้อย)ข้างถนนแทนก็ได้ ....เพราะมีคนรู้ทันแล้ว//

ที่มาของบทความ: Thai Democratic Movement in Scandinavia - ขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนเวีย
http://thaiscandemo.blogspot.com/2017/03/blog-post_85.html

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

แถลงการณ์ของกอท.เสรีไทย:ต่อต้านการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมกับชาวพุทธ


เรียนพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม

เราได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของนายประยุทธ์และรัฐบาลเผด็จการคสช.ต่อกรณีวัดธรรมกายมาโดยตลอดและสรุปได้อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยว่านายประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะมีเจตนาร้ายต่อพุทธศาสนานับตั้งแต่การหนุนหลังอลัชชีนายสุวิทที่อ้างตัวเองว่าชื่อพุทธอิสระออกเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนในพุทธศาสนาเพื่อไม่ให้แต่งตั้งสังฆราชตามมติของมหาเถรสมาคมจนนำไปสู่การแก้กฎหมายสงฆ์แล้วแต่งตั้งสังฆราชตามอำเภอใจแล้วก็ตามมาด้วยใช้อำนาจเถื่อนม.44ปิดล้อมวัดโดยแปรสภาพอำเภอคลองหลวงเป็นเสมือนเขตสู้รบปราบโจรผู้ก่อการร้ายที่ภาคใต้

ตลอดเวลาที่พวกมันปล้นอำนาจประชาชนมาเกือบ3ปี,นอกจากมันทำร้ายพุทธศาสนาแล้วมันก็มิได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนเลย,อีกทั้งยังทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงหาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเอง,พรรคพวกและครอบครัวของมันจนผู้คนเปลี่ยนนามสกุลมันเป็น"โจรโอชา"...พฤติกรรมของประยุทธ์และพวกจึงไม่ต่างอะไรกับโจร 
ในขณะที่มันเหยียบย่ำหัวใจชาวพุทธ,มันก็กลับแสดงความเคารพนบนอบและให้การสนับสนุนศาสนาอื่นเสมือนว่าเป็นศาสนาของพวกมัน

ในสถานการณ์เช่นนี้ทางออกที่เป็นไปได้ดิฉันขอเรียกร้องให้พี่น้องไทยผู้รักความเป็นธรรมทั่วโลกต้องสามัคคีกันติดตาม,ให้กำลังใจต่ออุบาสกอุบาสิกาและพระสงฆ์ที่ต่อสู้อย่างสันติวิธีที่ร่วมกันสวดมนต์เจริญธรรมทั้งในวัดและรอบๆวัดธรรมกายและช่วยกันเผยแพร่ข่าวสารของวัดให้โลกได้รับรู้เพื่อไม่ให้พวกโจรคสช.ใช้เครื่องมือสื่อสารปิดล้อมและบิดเบือนให้ร้ายแก่วัดได้(ดังตัวอย่างคลิปที่แนบมานี้)
 ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบุญกุศลและความดีงามที่หลวงพ่อธรรมชโยร่วมกับพุทธศาสนิกชนที่ได้ร่วมกันจรรโลงพระศาสนามายาวนานนี้จะได้ดลจิตใจให้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยและชั้นผู้ใหญ่ทั้งทหารตำรวจและข้าราชการพลเรือนได้มีดวงตาเห็นธรรมและหยุดการรับใช้"คณะโจรคสช."หรือร่วมกันแสดงการเฉื่อยงานไม่รับคำสั่งของพวกมันอีกต่อไป

ขอให้อำนาจแห่งธรรมชนะอำนาจโจร

ดร.ดารณี รวีโชติ
ผอ.กองอำนวยข่าวกลางองค์การเสรีไทย
18กุมภาพันธ์2560
---------------------
ตัวอย่างคลิปและข่าวที่ต้องช่วยกันเผยแพร่
🌐5เรื่องดัง!!ที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย 
🌐https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1154849221291947&id=878611588915713

*เผยแพร่ข่าวธรรมคือช่วยกันต่อต้านคสช.

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กำหนดยุทธศาสตร์ผ่าน 'การปรองดอง'



ต้องใช้สถานการณ์ความปรองดองเป็นยุทธศาสตร์เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ
.
"สถานการณ์ของประเทศไทยมาถึงจุดที่ต้องสร้างความปรองดองอย่างไม่มีทางปฏิเสธได้ของทุกฝ่าย"
.
เริ่มจากฝ่ายด้านหลักของความขัดแย้งคือ ระบอบอำมาตย์เก่าที่ได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์แต่เมื่อการเปลี่ยนผ่านรัชกาล มาเป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบันที่อยู่ตรงข้ามกับระบอบอำมาตย์เก่า จึงมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาถ้าความขัดแย้งยังดำรงค์อยู่เช่นนี้
.
ส่วนถ้าจะปล่อยให้ คสช. บริหารประเทศอยู่ย่างยาวนานก็มีความเสี่ยงร่วมอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นพระองค์จึงไม่มีทางอื่นที่จะทำให้เกิดความมั่นคงได้ นอกจากสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น ไม่เดินตามกษัตริย์องค์ก่อนประเทศชาติก็จะไปได้สวย
.
ฝ่ายต่อมาคือ ระบอบอำมาตย์เก่าบวกพรรคประชาธิปัตย์ ที่กษัตริย์องค์ก่อนสนับสนุนอยู่เบื้องหลังที่มีความพยายามจะทำลายทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง และแย่งชิงบัลลังก์จากรัชทายาทที่เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบันแต่ไม่สำเร็จ จนเมื่อการเปลี่ยนผ่านรัชกาลไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ต้องอยู่ในสภาพเป็นฝ่ายตรงข้ามของกษัตริย์องค์ใหม่ก็มาถึงทางตัน ต้องยอมรับสภาพ “ลาโรง” พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเปลี่ยนอุดมการณ์พรรคจากอนุรักษ์นิยมเป็นประชาธิปไตยเสรีนิยม เข้าสู่การเลือกตั้งอย่างบริสุทธิยุติธรรมไม่ต้องหลังพิงวังอีกต่อไป ดังนั้นระบอบอำมาตย์เก่ากับพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมรับความปรองดองตามประสงค์ของกษัตริย์องค์ใหม่
.
อีกฝ่ายคือรัฐบาล คสช.ที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มอำมาตย์เก่า มาถึงวันนี้ถ้าคิดจะใช้ความเป็นตาอยู่สืบทอดอำนาจต่อไปก็ไม่มีทางอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะกษัตริย์องค์ใหม่ไม่ต้องการ ทั่วโลกไม่ยอมรับ กลุ่มอำมาตย์พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับ พรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงไม่ยอมรับ จึงอยู่สภาพเหมือนเดินอยู่ปากเหว
.
เวลานี้ต้องทำตามกระแสรับสั่งแบบขีดเส้นตายให้สร้างความปรองดองให้สำเร็จ มิฉะนั้นจะถูกรัฐประหารเงียบ จึงไม่มีทางเลือกจึงต้องสร้างความปรองดองก่อน แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งจากนั้นวางมือมีกินมีใช้สบายไปตลอดชีวิต
.
มาถึง ทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงทั้งหลาย อย่ามองความปรองดองเป็นแค่ยุทธวิธี หรือคิดว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ เดินไปตามความต้องการของฝ่ายตรงข้ามขัดกับแนวทางนอกสภาและยุทธศาสตร์ สะสมกำลังลุกขึ้นสู้เมื่อมีความพร้อมอย่างเข้าใจผิด
.
จริงๆ แล้วนี่คือพัฒนาการของการต่อสู้ที่เข้าทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายเราเป็นภาคบังคับที่ทุกฝ่ายต้องเดินตามนั้นคือ “ยุทธศาสตร์สะสมกำลังลุกขึ้นสู้เมื่อมีความพร้อม" เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสันตินั้นเอง เราควรจะดีใจที่สถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงเป็นไปเช่นนี้ เพราะเราไม่ต้องการให้ประเทศของเราเป็นเหมือนประเทศซีเรียในปัจจุบัน
.
ดังนั้นความปรองดอง จึงเป็นทั้งยุทธศาสตร์และความปรารถนาของพวกเรา ถ้าสำเร็จก็จะเป็นชัยชนะอีกก้าวหนึ่งของพวกเรา พวกเราจึงต้องสนับสนุนการปรองดอง เมื่อสำเร็จและเราค่อยกำหนดยุทธศาสตร์ขั้นต่อไป เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประเทศไทยให้ได้
.
"นักปฏิวัติต้องมีความฉลาด รู้จักปรับเปลี่ยน ใช้สถานการณ์ให้เกิดประโยชน์ ในการต่อสู้อย่าซื่อบื้อตายตัว หรือบ้าเลือดสุดขั้วอย่างเด็ดขาด"
.
.
สุรชัย แซ่ด่าน
10 กุมภาพันธ์ 2560

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

ข่าวองค์การเสรีไทยเคลื่อนไหวตาสว่างเปิดโปงคสช.ในระดับรัฐบาล

**ข่าวองค์การเสรีไทยเคลื่อนไหวตาสว่างเปิดโปงคสช.ในระดับรัฐบาล,รัฐสภาของสหรัฐอเมริกาและหน่วยงานพัฒนาภาคเอกชนที่สำคัญ,ในโอกาสที่จะมีรัฐพิธี'ทรัมป์'เข้ารับตำแแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

กรุงวอชิงตันดีซี.16-18 มกราคม 2560
*อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย และสส.ดร.สุนัย จุลพงศธร แกนนำเสรีไทยในต่างประเทศได้บินตรงจากยุโรปไปที่กรุงวอชิงตัน ดีซี.เมืองหลวงสหรัฐอเมริกาในโอกาสที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังจะเข้ารับตำแหน่งเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นจริงในประเทศไทยตัดหน้ารัฐบาลเผด็จการทหารคสช. 

หน่วยงานที่เดินทางไปพบอาทิเช่นกระทรวงการต่างประเทศ,รัฐสภาทั้งสภาผู้แทนและวุฒิสภา โดยเข้าพบตัวแทนกรรมธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร,รวมทั้งหน่วยงานพัฒนาภาคเอกชนที่สำคัญที่ทำงานประสานงานกับภาครัฐเช่นสถาบันNDI ,CSIS เป็นต้น

*สส.ดร.สุนัย ได้เปิดเผยว่าข้อมูลการสนทนาที่ได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างมากคือสถานการณ์การเปลี่ยนรัชกาล,การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชามติของพระมหากษัตริย์ตามคำแถลงของพลเอกประยุทธ์ที่ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ์ของพระมหากษัตริย์รัชกาลใหม่,ข่าวการเลื่อนการเลือกตั้งตามโรดแมปและปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยกรณีการจับกุมคุมขังนักโทษการเมือง,การไม่ให้ประกันตัวนักโทษทางความคิดม.112เช่นนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และกรณีจับนักศึกษาไผ่ดาวดินที่แชร์ข่าวBBC เป็นต้น รวมถึงการตั้งโรงงานผลิตอาวุธของจีนในประเทศไทยและการร่วมมือทางทหารที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับจีนอย่างผิดสังเกตุซึ่งจะเป็นชนวนก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในของอาเซี่ยนกันเองและจะส่งผลต่อความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในอนาคตเพราะจีนมีความขัดแย้งกับหลายประเทศในอาเซี่ยนในกรณีหมู่เกาะในเขตทะเลจีนใต้,สส.ดร.สุนัยกล่าวสุดท้ายว่า"ข้อมูลที่แลกเปลี่ยนกันนี้แน่นอนที่สุดคือเราได้ให้ข้อมูลที่เป็นจริงที่มิได้เป็นไปตามข่าวในหน้าหนังสือพิม์ไทยเพราะคสช.ได้ใช้อำนาจควบคุมสื่อภายในประเทศไทยในการตีพิมพ์ข่าว อย่างเข้มงวด ซึ่งทุกหน่วยงานที่ไปพบก็ทราบดีและได้ขอบคุณการเดินทางมาพบของเราในครั้งนี้ "








*ดูข่าวรายละเอียดเพิ่มเติมจากเฟสบุค SunaiFanclub

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1181563935245504&id=198195983582309